ทำความเข้าใจเกี่ยวกับการเลี้ยงสุนัขในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล
This post has been translated from English to Thai. You can find the original post here.
ปัจจุบัน พื้นที่กรุงเทพมหานครและปริมณฑลมีประชากรมากกว่า 11 ล้านคน และมีสุนัขเลี้ยงประมาณ 1.3 ล้านตัว งานวิจัยก่อนหน้านี้ประเมินว่า 47% ของครัวเรือนในประเทศไทยเลี้ยงสุนัขอย่างน้อยหนึ่งตัว ซึ่งเป็นตัวเลขที่ค่อนข้างสูงเมื่อเทียบกับประเทศอื่น ๆ ในเอเชีย การวิจัยทางการตลาดชี้ให้เห็นว่าธุรกิจเกี่ยวกับการดูแลสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยจะยังคงเติบโตต่อไป ข้อเท็จจริงทั้งสองประการนี้เน้นให้เห็นถึงความสำคัญของการส่งเสริมการดูแลสุนัขอย่างมีมนุษยธรรมและการจัดการประชากร โดยเฉพาะในประเทศไทยที่สุนัขเลี้ยงส่วนใหญ่ได้รับการเลี้ยงดูแบบปล่อยอิสระ
อย่างไรก็ตาม แม้จะมีแนวโน้มดังกล่าว งานวิจัยเกี่ยวกับการดูแลสุนัขในประเทศไทย โดยเฉพาะในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑลยังคงมีอยู่อย่างจำกัด เพื่อช่วยลดช่องว่างนี้ นักวิจัยได้ศึกษาข้อมูลประชากรสุนัขและแนวทางการดูแลในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล โดยมุ่งเน้นเรื่องการกักดูแล การฉีดวัคซีน การทำหมัน และการดูแลรักษาโดยสัตวแพทย์ นักวิจัยได้ประเมินผลกระทบของโครงการ CNVR (Catch-จับ, Neuter-ทำหมัน, Vaccinate-ฉีดวัคซีน, Return-ปล่อยคืน) ขององค์กรไม่แสวงหากำไรมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย (Soi Dog Foundation) ในภูมิภาคนี้ด้วยเช่นกัน โดยข้อมูลที่มีอยู่บ่งชี้ว่าโครงการลักษณะนี้ช่วยจัดการประชากรสุนัขจรจัดและป้องกันการแพร่กระจายของโรคพิษสุนัขบ้าได้อย่างมีประสิทธิภาพในหลายประเทศ
ผู้ตอบแบบสำรวจทั้งหมด 3,203 คน เข้าร่วมการสำรวจความรู้ ทัศนคติ และพฤติกรรม ซึ่งดำเนินการแบบตัวต่อตัวโดยผู้สัมภาษณ์จากมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ระหว่างเดือนกรกฎาคมถึงสิงหาคม 2566 แบบสำรวจประกอบด้วยคำถาม 42 ข้อ โดย 20 ข้อเกี่ยวข้องกับสุนัขเลี้ยง อีก 22 ข้อเป็นการขอข้อมูลประชากร หรือสอบถามความคิดเห็นและประสบการณ์ของผู้ตอบแบบสำรวจเกี่ยวกับสุนัขจรจัด
พื้นที่สำรวจแบ่งออกเป็น 4 หมวดหมู่ตามจำนวนรอบที่มูลนิธิเพื่อสุนัขในซอยดำเนินโครงการ CNVR ตั้งแต่ปี 2559 ถึง 2566 ได้แก่ 0, 1, 2 และ 3 รอบ โดยพื้นที่ที่มีจำนวนรอบเป็นศูนย์ใช้เป็นพื้นที่ควบคุม นักวิจัยสุ่มเลือกพื้นที่จำนวน 25 แห่งจากแต่ละหมวดหมู่ และผู้สัมภาษณ์ได้สำรวจตัวอย่างประมาณ 800 ครัวเรือนในพื้นที่เหล่านั้น
ผลการสำรวจพบว่า 628 จาก 3,203 ครัวเรือน (หรือประมาณ 20%) เลี้ยงสุนัขอย่างน้อยหนึ่งตัว ผู้เขียนระบุว่า แม้มีการเก็บข้อมูลสุนัขจำนวนทั้งสิ้น 1,138 ตัว แต่ไม่ได้มีการเก็บข้อมูลประชากรของสุนัขทุกตัว สำหรับสุนัขเลี้ยงที่มีข้อมูลประชากร
- ส่วนใหญ่ (63%) เป็นเพศผู้ ส่วนมาก (66%) ได้รับอนุญาตให้เดินอย่างอิสระ ขณะที่ประมาณหนึ่งในสาม (34%) ถูกเลี้ยงแบบกักไว้ในบ้านหรือบริเวณบ้านตลอดเวลา ในบรรดาสุนัขที่ได้รับอนุญาตให้เดินอย่างอิสระ มีมากกว่าสามในสี่ (76%) ที่เดินไปมาอยู่ตลอดเวลา สุนัขที่อาศัยอยู่ในพื้นที่ที่เคยมีการดำเนินโครงการ CNVR มีโอกาสเดินเพ่นพ่านนอกบ้านน้อยกว่าสุนัขในพื้นที่ควบคุมอย่างมีนัยสำคัญ
- มากกว่าครึ่ง (53%) ของสุนัขทั้งหมดได้รับการทำหมัน สุนัขเพศเมียมีแนวโน้มที่จะได้รับการทำหมันมากกว่า (65%) เมื่อเทียบกับสุนัขเพศผู้ (44%) สุนัขที่เดินอย่างอิสระมีโอกาสได้รับการทำหมันมากกว่าสุนัขที่ถูกเลี้ยงแบบกักถึง 50% สุนัขมากกว่า 60% ในพื้นที่ที่มีการดำเนินโครงการ CNVR อย่างน้อยหนึ่งรอบได้รับการทำหมัน ขณะที่ 68% ของสุนัขในพื้นที่ควบคุมยังไม่ได้รับการทำหมัน
- สุนัขส่วนใหญ่ (84%) ได้รับการฉีดวัคซีนป้องกันโรคพิษสุนัขบ้าในปีที่ผ่านมา สุนัขที่เดินอย่างอิสระมีโอกาสได้รับวัคซีนน้อยกว่าสุนัขที่ถูกกักประมาณครึ่งหนึ่ง จำนวนรอบของการดำเนินโครงการ CNVR ไม่สามารถใช้คาดการณ์สถานะการฉีดวัคซีนได้
- สุนัขส่วนใหญ่ (84%) ไม่ได้รับการรักษาจากสัตวแพทย์ในปีที่ผ่านมา สุนัขที่ถูกกักมีโอกาสถูกพาไปพบสัตวแพทย์มากกว่า (27%) เมื่อเทียบกับสุนัขที่ปล่อยให้เดินอย่างอิสระ (10%) จำนวนรอบของโครงการ CNVR ไม่สามารถใช้คาดการณ์การพบสัตวแพทย์ได้
ผู้เขียนระบุว่า อคติจากความต้องการให้สังคมชื่นชอบหรือยอมรับ อาจเป็นข้อจำกัดของงานวิจัยนี้ เช่น ผู้ตอบแบบสำรวจอาจให้ข้อมูลที่ไม่เป็นความจริงเพื่อปกปิดการดูแลสุนัขที่ไม่เหมาะสม อย่างไรก็ตาม เพื่อป้องกันความเสี่ยงนี้ ผู้สัมภาษณ์จะเปิดเผยความเกี่ยวข้องกับมูลนิธิเพื่อสุนัขในซอย ก็ต่อเมื่อผู้ตอบแบบสำรวจร้องขอเท่านั้น
งานวิจัยนี้ให้ข้อมูลเชิงลึกที่สำคัญเกี่ยวกับพฤติกรรมการดูแลสุนัขของผู้เลี้ยงในเขตเมืองที่มีประชากรหนาแน่นและมีสุนัขที่เลี้ยงแบบปล่อยเดินอย่างอิสระจำนวนมาก ซึ่งถือว่าเป็นงานวิจัยที่เหมาะกับเวลาอย่างยิ่ง เนื่องจากตลาดการดูแลสัตว์เลี้ยงในประเทศไทยกำลังเติบโตอย่างรวดเร็ว แท้จริงแล้ว เมื่อจำนวนสุนัขเลี้ยงและผู้เลี้ยงเพิ่มขึ้น ความกังวลของนักวิจัยและนักรณรงค์ด้านสวัสดิภาพสัตว์เกี่ยวกับสุขภาพและสวัสดิภาพของสุนัขก็เพิ่มขึ้นเช่นกัน การจัดการประชากรสุนัขอย่างมีมนุษยธรรมและมีประสิทธิภาพจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งผู้เขียนเสนอว่าสามารถทำได้ผ่านการดำเนินโครงการ CNVR อย่างต่อเนื่องทั่วภูมิภาค การวิจัยพบว่าโครงการ CNVR มีความเชื่อมโยงกับอัตราการทำหมันที่เพิ่มขึ้นและการลดลงของการเดินเพ่นพ่านของสุนัขเลี้ยงในเขตกรุงเทพมหานครและปริมณฑล ในทางกลับกัน อัตราการฉีดวัคซีนของสุนัขเลี้ยงในพื้นที่นี้ยังคงสูงอย่างต่อเนื่อง และดูเหมือนไม่ได้รับผลกระทบจากความพยายามของโครงการ CNVR
สำหรับนักรณรงค์ด้านสวัสดิภาพสัตว์ การทำความเข้าใจพฤติกรรมของผู้เลี้ยงสุนัขเป็นสิ่งสำคัญในการเสริมสร้างแคมเปญให้ความรู้และสร้างความตระหนักรู้ รวมถึงลดอุปสรรคในการดูแล เช่น การทำหมันและการฉีดวัคซีน นอกจากนี้ สิ่งสำคัญคือการพิจารณาผลกระทบเชิงบวกที่โครงการ CNVR มีต่อสุขภาพของสุนัขเลี้ยงที่ปล่อยเดินอิสระ เพื่อส่งเสริมให้มีการดำเนินการภูมิภาคอื่นที่อาจจำเป็น แม้ผู้เขียนสรุปว่าควรมีการศึกษาเพิ่มเติมเกี่ยวกับความเชื่อมโยงระหว่างโครงการ CNVR กับการดูแลสุนัข แต่แนวทางนี้ก็ดูเหมือนจะเป็นก้าวที่สอดคล้องกับเป้าหมาย
https://doi.org/10.3390/ani15091263

